Shakugan no Shana

From Wiki Tirkx

Jump to: navigation, search
Shakugan no Shana
Image:Shakugan.gif
灼眼のシャナ
(Shakugan no Shana)
ประเภท Drama, School, Fantasy
จำนวนตอน 24
สถานะการมีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย {{{License}}}

ชากุกัน โนะ ชานะ (灼眼のシャナ, Shakugan no Shana) เป็นนิยายที่แต่งโดยทากาฮาชิ ยาชิจิโร่ (高橋 弥七郎, Yashichiro Takahashi) ชาวญี่ปุ่น และวาดภาพประกอบโดย อิโต โนอิชิ ซึ่งได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นการ์ตูนและอนิเม ตัวเอกของเรื่องคือ ซาไก ยูจิ และ ชานะ ซึ่งถูกเรียกว่า "นักล่าผู้มีผมเป็นเปลวเพลิงและนัยตาเป็นดวงไฟ" ชื่อของอนิเมนี้แปลตรงๆ ได้ว่า "ชานะนัยน์ตาเพลิง" ซึ่งปัจจุบัน ณ ตอนนี้มีทั้งหมด 2 ภาค ด้วยกัน โดยภาคแรกได้มีลิขสิทธิ์ในไทยไปแล้ว ซึ่งแผ่นดีวีดีเพิ่งออกเมื่อต้นเดือน มีนาคม 2551 นี้ ส่วนภาค 2 นั้นยังไม่จบในญี่ปุ่น

Contents

โครงเรื่อง ภาค 1

ซาไก ยูจิ นักเรียนมัธยมปลายผู้ซึ่งหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ได้ทราบว่าแท้จริงแล้วตัวเขาเองนั้นได้ตายไปแล้ว ระหว่างทางกลับบ้านวันหนึ่ง เขาได้พบเหตุการณ์ประหลาด อยู่ๆ บรรยากาศรอบข้างก็หยุดลง และผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็ตกอยู่ในเปลวเพลิงสีฟ้า ขณะที่ปิศาจที่รูปร่างคล้ายตุ๊กตาขนาดยักษ์ดูดเปลวเพลิงนั้นเข้าไปในปาก ขณะที่ปิศาจนั้นกำลังจะกินยูจิเข้าไป ก็ปรากฏหญิงสาวถือดาบในผ้าคลุมสีดำผู้ซึ่งมีผมและนัยน์ตาสีแดงราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนออกมาช่วยเขา หญิงสาวคนนั้นเรียกตัวเองว่า เฟลมเฮซ (Flame Haze) ผู้ซึ่งออกล่าเหล่าโทโมงาระ (ชื่อเต็มคือ “กุเสะ โนะ โทโมงาระ” ที่แปลว่า "ผู้มาเยือนจากพิภพแดง" ในภาษาไทย) สิ่งมีชีวิตจากต่างมิติ เมื่อยูจิสังเกตเห็นลูกไฟสีฟ้าภายในตัวเอง เฟลมเฮซนั้นจึงได้บอกเขาว่า ยูจิตัวจริงนั้นได้ตายไปแล้ว ขณะนี้เขาคือทอร์ช (Torch) เป็นสิ่งที่ใช้ทดแทนมนุษย์ที่ถูกลบไป ทอร์ชนั้นจะสวมในรูปของคนที่ถูกลบไป แต่พอเวลาผ่านไป พวกเขาจะหายไปจากความทรงจำของคนอื่นๆ เมื่อตระหนักถึงการตายของตนเองแล้ว ยูจิจึงได้เป็นเพื่อนกับหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นและได้ตั้งชื่อเธอว่า “ชานะ” ชานะคิดว่ายูจิคงจะสลายไปเช่นเดียวกับทอร์ชอื่นๆ แต่กลับพบว่ายูจินั้นไม่ใช่ทอร์ชธรรมดา แต่เป็นทอร์ชพิเศษที่เรียกกันว่ามิสเทส “Mistes” เขามี “โฮกุ” อยู่ภายในตัว และเป็นโฮกุที่มีพลังและมีค่ามาก ดังนั้นชานะจึงคอยคุ้มครองยูจิจากพวกโทโมงาระ ซึงจะใช้โฮกุเพื่อทำลายสมดุลแห่งโลก ยูจิจึงตัดสินใจที่จะฝึกฝนตนเองกับชานะเพื่อช่วยเหลือเธอต่อสู้

การต่อสู้ของชานะนั้นเป็นหนึ่งในการต่อสู้อันยาวนานระหว่างเหล่าเฟลมเฮซและโทโมงาระ พวกโทโมงาระนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่อีกมิติหนึ่งและคอยดูดพลังชีวิต ซึ่งเป็นพลังงานที่สร้างชีวิตต่างๆ ในโลก จากสิ่งมีชีวิต และใช้พลังนั้นตามความทะเยอทะยานของตนเอง ส่วนเฟลมเฮซนั้นเป็นเหล่าศัตรูของพวกโทโมงาระ ซึ่งจะคอยรักษาสมดุลของทั้งสองโลก ดังนั้นพวกเฟลมเฮซจึงสร้างทอร์ชขึ้นมาแทนที่คนที่ตายไปเพื่อเยียวยาความเสียหายจากการกระทำของพวกโทโมงาระ

โครงเรื่อง ภาค 2

เป็นเรื่องราวต่อจากภาคแรก ยูจิได้พบว่าตัวเองได้รับพลังจากเรจิไมโก(เด็กหลงทางยามเืีที่ยงคืน)ที่ผิดปกติ ทำให้เขาสามารถสร้างฟุเซตสึได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น..ฟุเซตสึของเขากลับเป็น "สีเงิน" ที่มาเจอรี่ โดว์ นั้นตามหามานานแสนนาน จนบ้าคลั่งแทบจะทำลายสถานที่นั้นไปทีเดียว เขานั้นตัดสินใจที่จะต่อสู้ร่วมกับชานะเพื่อรักษาสมดุลของโลกไว้ เรื่องการต่อสู้ที่แท้จริงนั้น มัันต่อจากนี้ต่างหากเล่า...

ตัวละคร

มนุษย์และมิสเทส

Yuuji Sakai
Enlarge
Yuuji Sakai
ซาไก ยูจิ (坂井悠二) (มิสเทส)
ตัวละครหลักของเรื่อง เขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อเขาพบว่าตัวเขานั้นได้ตายไปแล้วและเหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะสลายไป แต่ทว่าเขาเป็นมิสเทส ซึ่งไม่เหมือนทอร์ชทั่วๆ ไป โฮกุภายในตัวเขานั้นมีความสามารถในการเติมพลังชีวิตให้กับเขาเมื่อเวลาเที่ยงคืน โฮกุของเขานั้นเรียกกันว่า เรย์จิ ไมโกะ (零時迷子 - เด็กหลงทางยามเที่ยงคืน) ด้วยเรย์จิ ไมโกะนั้นทำให้ยูจิสามารถมีชีวิตเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปได้ตราบที่เขายังมีพลังชีวิตเหลืออยู่จนเวลาเที่ยงคืน ยูจิพยายามที่จะฝึกฝนการใช้พลังที่อยู่ภายในตัวเขา
ยูจิเป็นคนประเภทที่คิดถึงผู้อื่นก่อนคิดถึงตนเอง ด้วยเหตุนี้ทำให้ชานะรำคาญในตัวยูจิเป็นอย่างมาก แต่ในทางกลับกันก็ยิ่งทำให้ชานะสนใจยูจิมากขึ้นเช่นกัน
พากษ์โดย: Satoshi Hino
โยชิดะ คาสุมิ (吉田一美)
เพื่อนร่วมชั้นของยูจิ แอบชอบยูจิอยู่ แต่เป็นคนขี้อายจึงไม่กล้าไปบอกยูจิตรงๆ แต่ภายหลังได้รวบรวมความกล้าบอกความรู้สึกของเธอแก่ยูจิ และให้ยูจิเป็นคนตัดสินใจระหว่างเธอและชานะ ชื่อของเธอมาจาก Shigeru Yoshida.
พากษ์โดย Ayako Kawasumi
อิเกะ ฮายาโตะ (池速人)
เพื่อนสนิทของยูจิตั้งแต่มัธยมต้น ได้ฉายาว่า “นายแว่น” แอบชอบคาซุมิอย่างลับๆ อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนที่ช่วยให้คาซุมิได้แสดงความในใจกับยูจิ ชื่อของเขามาจาก Hayato Ikeda.
พากษ์โดย Hirofumi Nojima
ซาไก จิงุสะ (坂井千草)
แม่ของยูจิ ดูภายนอกแล้วเป็นคนใจดีแต่เธอนั้นเข้มแข็งและฉลาดเฉลียวมาก สามีของเธอ คันทาโร่ ทำงานอยู่ต่างประเทศ
พากษ์โดย Tomo Sakurai
ทานากะ เอตะ (田中栄太)
เป็นเพื่อนร่วมชั้นของยูจิ เช่นเดียวกับเคซากุ เขาให้ความเคารพและชื่นชมมาเจอรี่เป็น “อาเนโกะ” (เป็นคำที่ใช้เรียกพี่สาวที่เคารพ) แต่การกระทำของเขานั้นตรงไปตรงมามากกว่าเคซากุ ชื่อของเขามาจาก Kakuei Tanaka.
พากษ์โดย Takayuki Kondou
ซาโต้ เคซากุ (佐藤啓作)
เพื่อนสนิทของเอยตะ และเป็นเพื่อนร่วมกันโดดเรียน มีครอบครัวร่ำรวย แต่ทิ้งให้เขาอยู่กับบ้านคนเดียว จึงกลายเป็นที่ๆ เอตะกับมาเจอรี่อาศัยอยู่ เขาและเอตะชอบมาเจอรี่แต่เขาทำเป็นเฉยๆ ไว้ ชื่อของเขามาจาก Eisaku Sato.
พากษ์โดย Kenji Nojima
โองาตะ มาตาเกะ (緒方真竹)
เพื่อนร่วมชั้นของยูจิ เธอเป็นคนกระฉับกระเฉงและบางครั้งออกจะห้าวๆ ไปหน่อย เธอนั้นแอบชอบเอตะ ชื่อของเธอมาจาก Ogata Taketora.
พากษ์โดย Yumiko Kobayashi
ซาไก คันทาโร่
พ่อของยูจิ
ฮิราอิ ยูคาริ (平井ゆかり)
เพื่อนร่วมชั้นของยูจิ เธอชอบอิเกะ (เพื่อนสนิทของยูจิ) แต่เธอตายเมื่อรินเน่ปรากฏตัวขณะที่เธอกำลังกลับบ้าน ชานะจึงได้สร้างทอร์ชของเธอในวันเดียวกัน แตโชคร้ายที่ไฟของเธอนั้นมอดลงในวันถัดมาและเธอได้สลายไป ชานะจึงเข้าไปแทนที่เธอ ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นยูคาริในสายตาของคนอื่นๆ ยกเว้นยูจิ
พากษ์โดย Masumi Asano
เทนโมขุ อิคโค (天目一個) "ตาเดียวแห่งสวรรค์" (Mistes)
มิสเทสที่กล่าวขานกันว่าเป็น “มิสเทสที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์” หรือ “ทอร์ชปิศาจ” อยู่ในรูปชายร่างใหญ่สวมเกราะซามูไรใส่หน้ากากยักษ์ตาเดียว เขานั้นจงใจเป็นมิสเทสด้วยตนเอง เพื่อที่จะหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อจะได้ฝากฝัง นิเอโตโนะ โนะ ชานะ ดาบซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทำลายพวกโทโมงาระ
พากษ์โดย Takayuki Sugo

เฟลมเฮซและกุเสะโนะโอ

"Shana"
Enlarge
"Shana"
ชานะ / เอ็นปัทสึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ「炎髪灼眼の討ち手」シャナ"นักล่าผู้มีผมเป็นเปลวเพลิงและมีนัยน์ตาเป็นประกายไฟ"(เฟลมเฮซ)
เป็นนางเอกของเรื่องและเป็นเฟลมเฮซ ซึ่งเริ่มแรกเธอมุ่งมั่นต่อหน้าที่ของเธอที่เป็นเฟลมเฮซ ไม่มีแม้กระทั่งชื่อ และเห็นยูจิเป็นแค่ทอร์ช เป็นสิ่งของอย่างนึ่ง สนใจในตัวยูจิเนื่องจากยูจิเป็นมิสเทส แต่ต่อมาเธอรู้จักยูจิมากขึ้น และคิดกับยูจิเป็นมนุษย์มากขึ้น และในที่สุดเธอก็หลงรักยูจิ เดิมชานะนั้นไม่มีชื่อ โดยจะเรียกกันจากฉายาของเธอคือ เอ็นปัทซึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ ต่อมายูจิจึงตั้งชื่อเธอเป็น “ชานะ” จากดาบของเธอ นิเอโตโนะ โนะ ชานะ
พากษ์โดย Rie Kugimiya
อลาสเตอร์ / เทนโจ โน โกกะ「天壌の劫火」アラストール "เพลิงสองพิภพ"(กุเสะโนะโอ)
เขาเป็นกุเสะโนะโอที่ทำพันธสัญญากับชานะ ซึ่งอยู่ในรูปเปลวเพลิงที่บรรจุอยู่ในภาชนะศักดิ์สิทธิ์ โคคิทัส ซึ่งของชานะนั้นอยู่ในรูปของสร้อยคอ ชื่อของเขานั้นมาจากชื่อปิศาจในตำนาน Alastor
อลาสเตอร์นั้นว่ากันว่าเป็นกุเสะโนะโอที่แข็งแกร่งที่สุด หรืออาจเทียบได้กับเทพของอีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็พยายามขัดขวางพวกโทโมงาระที่จะดูดพลังชีวิต และพิเศษกว่าระดับราชาตัวอื่นที่จะต้องแสดงพลังผ่านเฟลมเฮซ เขาสามารถใช้ความสามารถที่เรียกว่า เทนปะ โจไซ ซึ่งจะอัญเชิญร่างที่แท้จริงของเขามาสู่โลกเพื่อดูดกลืนเหล่าโทโมงาระที่อยู่รอบๆ เขาได้ ซึ่งวิชานีถือเป็นท่าไม้ตายสุดท้ายของ เอ็นปัทซึ ชากุกัน เพราะว่าเหล่าเฟลมเฮซที่ใช้วิชานี้ก่อนหน้าชานะนั้น ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิต
พากษ์โดย Masashi Ebara
มาเจอรี่ ดอว์ / โชวชิ โนะ โยมิเตะ 「弔詞の詠み手」マージョリー・ドー "ผู้ร่ายโศลกไว้อาลัย" (เฟลมเฮซ)
เฟลมเฮซ หุ่นดีรูปร่างสุงเพรียวผมสีบลอนด์ ผู้ซึ่งทำพันธสัญญากับมาโคเชียส ซึ่งอยู่ในรูปหนังสือ วิชาของเธอนั้นคือการแปลงร่างเป็นหมาป่าขนาดใหญ่ เธอร่ายเวทย์โดยการใช้ “โทซัทสึ โนะ โซเคียวชิ” ซึ่งแปลว่า “ลำนำแห่งการสังหาร” เธอเป็นคนชอบดื่มเหล้า ซาโต้และทานากะนั้นคอยติดตามเธอเพราะว่าเธอได้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ เหตุผลที่เธอเป็นเฟลมเฮซเนื่องจากต้องการแก้แค้นโทโมงาระที่มีเปลวเพลิงสีเงิน (ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยูจิ)
พากษ์โดย Hitomi Nabatame
มาโคเชียส / จูริน โนะ โซวกะ 「蹂躙の爪牙」マルコシアス "เขี้ยวเล็บแห่งการทำลาย" (กุเสะโนะโอ)
กุเสะโนะโอที่ทำสัญญากับมาเจอรี่ ดอว์ ซึ่งพูดผ่านภาชนะศักดิ์สิทธิ์ กริมมอร์ ซึ่งอยู่ในรูปหนังสือ ชื่อของเขานั้นมาจากชื่อปิศาจ พูดจาโผงผาง คอยแหย่มาเจอรี่อยู่เสมอ แล้วก็จะถูกมาเจอรี่เหยียบเป็นประจำ แต่ก็เอาใจใส่เธอเสมอ อย่างสหายร่วมรบ
พากษ์โดย Mitsuo Iwata
วิลเฮลมินา คาเมล / บันโจ โนะ ชิเตะ 「万条の仕手」ヴィルヘルミナ・カルメル "ผู้ควบคุมหมื่นอาภรณ์" (เฟลมเฮซ)
หญิงสาวซึ่งอยู่ในชุดคนรับใช้ตลอดเวลา เธอทำสัญญากับเทียแมต ผู้ซึ่งอยู่ในภาชนะศักดิ์สิทธิ์ เพอโซน่า ซึ่งเป็นที่คาดผมของวิลเฮลมินานั่นเอง ในมหาสงครามรูปร่างของเพอโซน่านั้นอยู๋ในรูปของเทียร่า ฉายาของเธอนั้นมีความหมายคล้ายกับนักเล่นหมากรุกที่สามารถอ่านกระดานหมากได้ล่วงหน้า
เธอเป็นหนึ่งในเฟลมเฮซที่ต่อสู้ในยุคมหาสงครามต่อสู้เคียงข้างกับเพื่อนของเธอ “เอ็นปัทซึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ” มาทิลเด เซ้นท์-โอเมอ คู่ของเธอทั้งสองนั้นเป็นคู่ปรับสำคัญกับ คู่ “ปีกทั้งสอง” ของกูเซ่ เมริฮิม และ อิลูยาคาส ความสามารถของเธอคือสามารถควบคุมแถบผ้าจำนวนมากได้ดังใจนึก วิลเฮลมินานั้นมักจะพูดด้วยภาษาสุภาพมากๆ และแทบจะไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ใดๆ เธอมีความสามารถในหลายๆด้าน เช่น ร้องเพลงและทำงานบ้าน เธอเป็นผู้ดูแลชานะ ระหว่างที่ฝึกฝนอยู่ที่เทนโดคิว แต่เธอไม่ค่อยถนัดในเรื่องทำอาหาร
เธอนั้นไม่ค่อยชอบยูจิ เช่นเดียวกับแม่ที่ไม่ชอบหน้าแฟนของลูกสาว
พากษ์โดย Shizuka Ito
เทียแมต / มุเก็น โน คันไต 「夢幻の冠帯」ティアマトー "มงกุฎแห่งมายา" (กุเสะโนะโอ)
เป็นกุเสะโนะโอเพศหญิงที่วิลเฮลมินาทำพันธสัญญาด้วย ไม่ค่อยพูดอะไรมาก ในนิยาย คำพูดของเธอจะเขียนเป็นตัวคันจิโดยไม่มีตัวฮิรากานะหรือคาตาคานะ
พากษ์โดย Akeno Watanabe
คาห์มซิน / จิโซ โนะ คาริเตะ 「儀装の駆り手」カムシン・ネブハーウ "ผู้ขนย้ายเครื่องทำพิธี" (เฟลมเฮซ)
เฟลมเฮซซึ่งทำสัญญากับเบฮีมอธ หนึ่งในเฟลมเฮซที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ บางทีอาจจะถึงพันปี แต่ดูภายนอกเหมือนเด็กอายุสิบขวบ คาห์มซินมีความสามารถสร้างโกเลมหินและควบคุมหิน เขานั้นแข็งแกร่งมากแต่เฟลมเฮซคนอื่นไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เมื่อต่อสู้เนื่องจากการโจมตีของเขานั้นขาดความแม่นยำเป็นอย่างมาก
พากษ์โดย Junko Minagawa
เบฮีมอธ / ฟุบัทซึ โนะ เซนเร「不抜の尖嶺」ベヘモット "ยอดเขาไม่สั่นคลอน" (กุเสะโนะโอ)
ราชาซึ่งอาศัยอยู่ในสร้อยข้อมือที่คาห์มซินสวมและพูดจาคล้ายๆ คนแก่ หน้าที่ของเขาไม่เหมือนกับเฟลมเฮซอื่นๆ ที่รักษาสมดุลของโลกด้วยการล่าโทโมงาระ แต่เป็นการปรับสมดุลของสถานที่ที่มีความเสียหายมาก เช่นเมืองมิซาโกะ ที่ฟริอาเน่ได้สร้างทอร์ชไว้เป็นจำนวนมาก
พากษ์โดย Katsuhisa Houki

โทโมงาระและรินเน่

ฟริอาเน่ / คาริโตะ 「狩人」フリアグネ"นักล่า" (โทโมงาระ)
ฟริอาเน่ หรืออีกฉายาคือ “นักฆ่าเฟลมเฮซ” ฉายาของเขามีความหมายเช่นเดียวกับงานอดิเรกของเขา “นักล่าสมบัติ” เป็นโทโมงาระที่เก่งกาจซึ่งมาในชุดสีขาว เขาทำงานคนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกบอล มาสค์ เขานั้นจะพูดคุยกับตุ๊กตาตัวโปรดของเขา มาริอาเน่ เท่านั้น เขาต้องการให้มาริอาเน่นั้นมีชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ใช่เป็นเพียงรินเน่ที่ต้องอาศัยพลังของเจ้านายในการดำรงอยู่เท่านั้น
เขาได้สะสมโฮกุไว้มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเป็นประโยชน์ในการต่อสู้เสียเท่าไร ชื่อของเขานั้นมาจากชื่อเทวดาแห่งวันอังคาร
พากษ์โดย Jun'ichi Suwabe
มาริอาเน่ マリアンヌ(รินเนะ)
เป็นหนึ่งในรินเน่ (ข้ารับใช้) ของฟริอาเน่ ฟริอาเน่เอาใจใส่เธอมากกว่าตนเองเสียอีก ปกติจะอยู่ในร่างของตุ๊กตา
พากษ์โดย Kimiko Koyama
ลามี่ / ชิคาบาเนะ ฮิโรย 「屍拾い」/「螺旋の風琴」ラミー "ผู้เก็บซาก" "ออร์แกนเกลียว" (โทโมงาระ)
เป็นโทโมงาระที่อยู่ในร่างของชายชรา ซึ่งคอยสะสมพลังชีวิตจากทอจที่ใกล้จะดับลง เขาสามารถสร้างเวทย์ไร้จำกัด (จิไซ โฮ) ใหม่ๆ จากพลังที่สะสมมาได้ ดูเหมือนว่าเขาจะสะสมพลังนั้นไว้เพื่อจุดประสงค์สำคัญอะไรบางอย่าง ตัวเขานั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของเฟลมเฮซและโทโมงาระ แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้จักเป็นการส่วนตัวกับอลาสเตอร์
ชื่อจริงของเขาคือ “ราเซ็น โนะ ฟูคิน” หรือ ออร์แกนเกลียว และในอดีตเขาเคยใช้ชื่อลีนัน-ซิด
พากษ์โดย Motomu Kiyokawa
โซราต / ไอเซ็นจิ 「愛染自」ソラト"รักเรา" (โทโมงาระ)
มีรูปร่างเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดี มีผมที่สวยงาม เป็นพี่ชายของไทราเอลมีโฮกุชื่อ “บุซึโยคุ” เพื่อหาพลังชีวิตได้
เขาตามหา “นิเอโตโนะ โนะ ชานะ” (ดาบของชานะ) อยู่ ในขณะเดียวกันเขาก็มีดาบอีกเล่มหนึ่งอยู่แล้วซึ่งคือ “บลัด ซักเกอร์” ชื่อของเขามาจากปิศาจดวงอาทิตย์
พากษ์โดย Ryoko Shiraishi
ไทราเอล / ไอเซ็นตะ 「愛染他」ティリエル "รักเขา" (โทโมงาระ)
น้องสาวของโซราต ถึงแม้จะอายุน้อยกว่าแต่เธอมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากกว่าและสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่พี่ชายที่เธอรักอยู่เสมอ เธอคอยติดตามพี่ชายของเธอไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนหรือต้องการอะไร เธอจะหามาให้เขา และเธอคอยปกป้องพี่ชายของเธอจนถึงที่สุดแม้ว่าจะต้องใช้พลังชีวิตของเธอทั้งหมดก็ตาม เธอสามารถใช้เวทย์ไร้จำกัดที่เรียกว่า “เครเดิล กาเด้น”
พากษ์โดย Yukari Tamura
เมริฮิม หรือ ชิโร่ / นิจิ โนะ ซึบาสะ 「虹の翼」メリヒム "ปีกแห่งสายรุ้ง" (โทโมงาระ)
หนึ่งในเก้าราชาที่รวบรวมขึ้นโดยไอซิส “เมโอ โนะ กัน” เมื่อจับคู่กับอิลูยาคาสที่มีรูปร่างเป็นมังกรแล้ว ทำให้ทั้งคู่มีฉายาว่า “ปีกทั้งสอง” เขายังมีฉายาอีกอย่างหนึ่งคือ นิจิ โนะ เคนชิ (จอมดาบสายรุ้ง) (虹の剣士, Niji no Kenshi - "Rainbow Swordsman").
วิลเฮลมินาหลงรักเขา แต่เมริฮิมนั้นหลงรักมาทิลเด ซึ่งไปหลงรักอลาสเตอร์
เพื่อที่จะรักษาสัญญาของเขาที่มีต่อผู้หญิงที่เขารัก เขาได้เปลี่ยนร่างตนเองเป็นโครงกระดูกที่ชานะรู้จักในชื่อของ ชิโร่ และฝึกฝนเธอในฐานะผู้ที่จะสืบทอดชื่อ “เอ็นปัทซึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ”
ชื่อของเขามาจากชื่อปิศาจเมริเฮม Merihem.
พากษ์โดย Katsuyuki Konishi
เฟเลส / ไซเฮียว 「彩飄」フィレス "สดใสรื่นเริง" (โทโมงาระ)
กุเสะโนะโอ (เจ้าแห่งพิภพแดง) ซึ่งหลงรักมนุษย์คนหนึ่งที่ชื่อโจฮัน เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเธอจึงได้สร้างโฮกุที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพิภพแดง เป็นโฮกุที่ให้ชีวิตนิรันดร์แก่มิสเทสที่ครอบครองมันอยู่ นั่นคือ เรย์จิ ไมโกะ และด้วยเรย์จิ ไมโกะนั้นเองทำให้เธอไม่ต้องดูดพลังชีวิตจากมนุษย์ แต่ด้วยอุบัติเหตุ เธอได้ผนึกโจฮันในเรย์จิ ไมโกะ ทำให้เรย์จิ ไมโกะ หายสาบสูญไป เธอจึงออกตามหาเขา
เธอนั้นเป็นเพื่อนกับวิลเฮลมินาเนื่องจากวิลเฮลมินาเคยช่วยเหลือเธอไว้ครั้งหนึ่ง
ชื่อของเธอนั้นอาจจะมาจากชื่อปิศาจ Bileth.

บอล มาสค์

องค์กรของพวกโทโมงาระที่อยู่ในโลกมนุษย์ นำโดยกุเสะโนะโอ 3 ตน วัตถุประสงค์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่พวกเขาพยายามค้นหา เรย์จิ ไมโกะ ซึ่งอยู่ภายในตัวยูจิ พวกเขาวางแผนที่จะใช้ เรย์จิ ไมโกะ ทำให้โลกกลายเป็น “น้ำพุแห่งชีวิต” ให้เหล่าโทโมงาระ

ชูโดไน / เซนเบน 「千変」シュドナイ "พันแปรเปลี่ยน" (กุเสะโนะโอ)
หนึ่งในสามผู้นำของบอล มาสค์ มีตำแหน่งเป็นนายพล เขามักจะตระเวนอยู่ข้างนอกเนื่องจากเป็นคนชอบทำอะไรตามใจตนเอง แต่ภายหลังจากเขาได้พบ เรย์จิ ไมโกะ เขาได้กลับไปที่เซเรเดน เขามีความสามารถในการแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆ ได้ ชูโดไนและมาเจอรี่นั้นเคยต่อสู้กันมาในอดีตและได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ชูโดไนนั้นเป็นอีกชื่อหนึ่งของปิศาจแอสโมได Asmodai.
พากษ์โดย Kenta Miyake
เฮคาเธ่ / อิตาดากิ โนะ คุไร 「頂の座」ヘカテー "บัลลังก์สูงสุด" (โทโมงาระ)
หนึ่งในสามผู้นำของบอล มาสค์ มีตำแหน่งคือ “สตรีศักดิ์สิทธิ์” เธอเป็นคนควบคุมการเคลื่อนที่ของเซเรเดน ฐานทัพใหญ่ของบอล มาสค์ เด็กหญิงผิวขาวในชุดคลุมสีขาวและหมวก เธอเป็นคนพูดน้อย ชูโดไนดูเหมือนจะเอาใจใส่เธอมาก (L?) เบล โพลมักจะกล่าวว่าเธอนั้นมี “ขีวิตนิรันดร์” เธอมีความสำคัญมากในแผนที่ใช้ เรย์จิ ไมโกะ เนื่องจากเธอต้องเป็นผู้ที่ดึงพลังของเรย์จิ ไมโกะ ออกมาแล้วส่งไปรอบๆ เซเรเดน
ชื่อของเธอมาจาก Hecate เทพธิดากรีกซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเวทมนต์คาถา และยังถูกเรียกว่า "ราชินีแห่งภูตผี"
พากษ์โดย Mamiko Noto
เบล โพล / เกียคุริ โนะ ไซฉะ 「逆理の裁者」ベルペオル "ตุลาการแห่งความขัดแย้ง" (โทโมงาระ)
หนึ่งในสามผู้นำของบอล มาสค์ ตำแหน่งคือ “เสนาธิการ” อยู่ในรูปร่างของผู้หญิงมีสามตา มีผ้าปิดตาที่ตาขวา
เป็นตัวละครทีเจ้าเล่ห์ สามารถหลอกให้ลูกน้องไปตายได้อย่างโหดเหี้ยม
ชื่อของเธอมาจากปิศาจ Belphegor หรือ Baal Pheor
พากษ์โดย Sayaka Ohara
ไวน์ / ริวกัน 「琉眼」ウィネ "ตากระจกแก้ว" (โทโมงาระ)
ลูกน้องของเบล โพล อยู่ในรูปของนักแข่งจักรยานยนต์ ได้นำ เงื่อนกอร์เดี้ยน ซึ่งสามารถสร้างเวทย์ไร้จำกัดซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เทนโดคิว (ปราสาทวิถีสวรรค์) เพื่อจะหยุดการสืบทอดของเอ็นปัทซึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ (ชานะ)
พากษ์โดย Tatsuhisa Suzuki
โอลกอน / เซนเซเร 「千征令」オルゴン "บัญชาแห่งชัยชนะนับพัน" (โทโมงาระ)
ลูกน้องของเบล โพล รูปร่างเป็นมนุษย์ล่องหนในชุดราชวงศ์ฝรั่งเศส มีความสามารถคือ “ลีเจี้ยน” ในการสร้างกองทัพนักรบออกมาต่อสู้เพื่อตนเอง มีภารกิจแยกต่างหากจากไวน์ แต่จุดหมายเดียวกันคือเทนโดคิว (ปราสาทวิถีสวรรค์) พบกับจุดจบเมื่อเจอกับคู่ปรับเก่า ปีกแห่งสายรุ้ง เมริฮิม
พากษ์โดย Atsushi Ono
ดันทาเลียน / ทันตันคิวคิว 「探耽求究」ダンタリオン "นักวิจัยผู้บ้าคลั่ง" (โทโมงาระ)
เป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่เหล่าโทโมงาระทั้งหลายไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย แม้กระทั่งในบอล มาสค์เองก็ตาม เพราะเขาจะวิจัยทุกอย่างแม้กระทั่งพวกเดียวกัน ในสามผู้นำสูงสุดนั้น เบล โพล นั้นไม่ค่อยชอบเขา ชูโดไนถึงกับเกลียดอย่างมาก แต่เฮคาเธ่กลับสนิทสนมกับเขา ถึงกับเรียกเขาว่า “โอจิซามะ” (เป็นคำเรียกผู้สูงอายุกว่าด้วยความเคารพ ประมาณว่า ท่านลุง) และคอยปกป้องเขาอยู่ตลอดเมื่อมีเรื่องกับพวกเบื้องบน
เขาสร้างโฮกุขึ้นเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ สิ่งมีชีวิตอย่างรินเน่ Domino 28 ไปจนถึงรถไฟคันมหึมา บางทีเขาก็ทำการทดลองแบบไร้จุดหมาย สุดท้ายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
ชื่อดันทาเลี่ยนเป็นชื่อของปิศาจตัวที่ 72 จากรายชื่อใน Ars Goetia.
พากษ์โดย Nobuo Tobita

นิยามศัพท์

พิภพแดง 紅世 (กุเสะ}
โลกปิศาจที่อยู่อีกมิติหนึ่ง
กุเสะ โนะ โทโมงาระ 紅世の徒 (ผู้มาเยือนจากพิภพแดง)
หมายถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพิภพแดง เรียกสั้นๆ ว่า โทโมงาระ 徒 พวกนี้มาจากพิภพแดงและกินมนุษย์ (โดยการดูดกลืนพลังชีวิต)
ดูจากการตายของ ฟริอาเน่จะเห็นว่า โทโมงาระนั้นเกิดจากเพลิงแห่งชีวิต ชื่อของพวกโทโมงาระนั้นจะมาจากชื่อพวกปิศาจในตำนาน ซึ่งตามความเชื่อของอิสลาม พวกปิศาจถือกำเนิดจากไฟตรงข้ามกับมนุษย์ที่เกิดจากดิน
กุเสะ โนะ โอ 紅世の王 (ราชาแห่งพิภพแดง)
ในระหว่างพวกโทโมงาระ จะมีบางตนมีพลังมหาศาล ซึ่งจะถูกเรียกว่าราชา 王 (โอ) พวกนี้มีตัวตนขนาดใหญ่จึงใช้พลังชีวิตจำนวนมากในการดำรงรูปในโลกมนุษย์ พวกนี้มีความสามารถในการไปมาระหว่างโลกทั้งสองได้อย่างอิสระ
แต่ในการต่อสู้เพื่อรักษาสมดุลของโลกทั้งสองนั้น ตำแหน่งราชานั้นจะตั้งให้แก่พวกที่อยู่กับเฟลมเฮซและคอยปกป้องโลกทั้งสอง ในที่โทโมงาระนั้นจะตั้งให้แก่พวกที่คอยดูดกลืนพลังชีวิต
พลังชีวิต 存在の力 (ซนไซ โนะ จิคาระ)
พลังงานพื้นฐานในการดำรงชีวิตอยู่ในโลก พวกโทโมงาระขโมยพลังเหล่านี้จากมนุษย์เพื่อใช้ประโยชน์
พวกโทโมงาระไม่ได้ต้องการพลังชีวิตนี้เพื่ออยู่ในโลกนี้ แต่พวกนั้นใช้ประโยชน์จากพลังชีวิตนั้นในการทำสิ่งต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ทำได้กระทั่งฟื้นชีวิตให้คนตาย ทำให้พวกโทโมงาระต้องการพลังนี้จึงได้มาที่โลก
เวทย์ไร้จำกัด 自在法 (จิไซ โฮ)
วิชาที่ใช้โดยโทโมงาระและเฟลมเฮซ โดยใช้พลังชีวิต ซึ่งสามารถทำอะไรได้มากมาย
วิชานี้แพร่หลายเป็นอย่างมากในพิภพแดง ในระยะแรกมีโทโมงาระตนหนึ่งได้คิดเวทย์ที่สามารถใช้ไปมาระหว่างโลกทั้งสองได้ และเวทย์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทั่วพิภพแดง และการรุกรานก็ได้เริ่มขึ้น
เค็นเก็น 顕現
เป็นรูปร่างที่สิ่งมีชีวิตจากพิภพแดงคงรูปอยู่ในโลกมนุษย์
รินเน่ 燐子
ข้ารับใช้ของโทโมงาระ เกิดจากพลังชีวิต รูปร่างนั้นถูกกำหนดโดยผู้สร้าง ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมพลังชีวิตให้เจ้านาย พวกมันไม่สามารถดูดพลังชีวิตไปใช้ได้โดยตรง แต่จะได้รับพลังชีวิตจากเจ้านาย เมื่อเจ้านายหายไปมันก็จะค่อยๆ สลายไปเมื่อพลังชีวิตหมดลง
เฟลมเฮซ フレイムヘイズ
ชื่อที่มอบให้แก่ผู้ซึ่งมีพลังพิเศษที่ต่อสู้กับโทโมงาระเพื่อรักษาสมดุลของสองโลก เขาเหล่านั้นจะทำพันธสัญญากับกูเซ่ระดับราชาเพื่อได้รับพลังมา ในกระบวนการนี้เพลิงแห่งชีวิตที่อยู่ภายในตัวจะถูกแทนที่ด้วยเพลิงของกูเซ่ระดับราชาที่ตนทำพันธสัญญาด้วย ในการนี้พวกเขาได้ละทิ้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเพื่อทำหน้าที่นี้
เฟลมเฮซนั้นเป็นนักล่าที่ส่วนใหญ่จะทำงานคนเดียวและไม่ก้าวก่ายกัน เนื่องจากแต่ละคนมีความหลังต่างกันและมีความมุ่งมั่นต่างกันออกไป
ทอร์ช トーチ
เป็นตัวตนที่ดำรงอยู่ในรูปของลูกไฟสีฟ้าสำหรับผู้ที่เสียพลังชีวิตไปแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับเฟลมเฮซซึ่งมีชีวิตอยู่แต่ไม่มีตัวตน ลูกไฟของทอร์ชนั้นจะค่อยๆ มอดลงเมื่อเวลาผ่านไป การดำรงอยู่ของทอร์ชนั้นเพื่อเป็นการลดความเสียหายที่มีต่อโลกลง เมื่อทอร์ชดับไปนั้น หลักฐานเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของสิ่งนั้นจะหายไปทั้งหมด
มิสเทส ミステス
คือทอร์ชที่บรรจุโฮกุอยู่ภายใน โฮกุที่อยู่ข้างในนั้นจะย้ายตัวเองไปอยู่ในทอร์ชอื่นเมื่อทอร์ชที่บรรจุอยู่สลายไป ดังนั้นจึงรู้จักกันในชื่อ “สมบัติเดินได้” เช่น “ซาไก ยูจิ"”ก็เป็นมิสเทสเช่นกัน
มหาสงคราม 大戦 (โออิคุสะ)
สงครามที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เมื่อกุเสะโนะโอ เอซิสได้รวบรวมราชาทั้ง 9 มาโจมตีโลกมนุษย์ ในทางฝั่งมนุษย์ อลาสเตอร์และราชาตนอื่นๆ ได้มารวมกันและสร้างเฟลมเฮซขึ้นเพื่อปกป้องสมดุลของทั้งสองโลก
โฮกุ 宝具
วัตถุที่มีความสามารถพิเศษต่างๆ เช่น “เรย์จิ ไมโกะ” ส่วนใหญ่จะเป็นความสามารถในการควบคุม, สร้าง หรือใช้ พลังแห่งชีวิต
ฟูเซ็ตสึ 封絶
เป็นมิติทรงกลมซึ่งเวลาภายในนั้นจะหยุดลงจากโลกภายนอก เขตแดนนั้นจะล้อมรอบโดยวงเวทย์ซึ่งเขียนโดยภาษาสันสกฤต มีขนาดต่างกันออกไปตั้งแต่เท่าห้องๆ หนึ่ง ถึง ครอบคลุมทั้งเมือง
การล่มสลายของโลก 世界の歪み (เซะไก โนะ ยูกามิ)
เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดูดกลืนพลังชีวิตของโทโมงาระ เมื่อสูญเสียพลังชีวิตเกินกว่าที่โลกจะรับได้ ก็จะเกิดการพังทลายลง และโลกทั้งสองนั้นต่างก็เหมือนด้านทั้งสองของเหรียญ ถ้าโลกใดโลกหนึ่งพังทลายลง อีกโลกก็จะพังทลายลงตาม
ชื่อเรียก 真名 (มานา)
ชื่อเรียกของผู้ที่มาจากพิภพแดงเมื่อแปลเป็นภาษามนุษย์ ส่วนใหญ่จะตั้งตามลักษณะหรือความสามารถของเจ้าตัวนั่นเอง
Destruction Attack 討滅 Toumetsu
การจู่โจมของผู้ทรยศ - เครื่องมือแห่งการทำลายล้าง 同胞殺し・討滅の道具Douhougurushi - Toumetsu no Dougu
ชื่อที่พวกโทโมงาระเรียกพวกเฟลมเฮซด้วยความเหยียดหยาม เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเฟลมเฮซนั้นเป็นเพียงเครื่องมือของพวกราชาที่ใช้ฆ่าพวกโทโมงาระด้วยกันเอง
เอ็นปัทสึ ชากุกัน โนะ อุชิเตะ 炎髪灼眼の討ち手
ฉายาที่มอบให้แก่เฟลมเฮซผู้ทำพันธสัญญากับอลาสเตอร์ กุเสะโนะโอ “เทนโจ โน โกกะ” ผู้มีความสามารถในการควบคลุมเพลิง และ มีวิชาลับ เทนปะ โจไซ ซึ่งจะอัญเชิญอลาสเตอร์จากไฟแห่งชีวิตซึ่งอยู่ภายในร่างของตนออกมา ซึ่งผู้ใช้วิชานี้จะเสียชีวิตเนื่องจากไม่สามารถทนต่อพลังอันมหาศาลของอลาสเตอร์ได้ ผู้ใช้วิชานี้ก่อนหน้าชานะ ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิต
เอ็นปัทสึ ชากุกัน เป็นฉายาที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งผู้ใช้ชื่อนี้มีอยู่สองคน คนหนึ่งคือมาทิลเด เอ็นปัทสึ ชากุกัน คนก่อน ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นเฟลมเฮซที่ได้มีความสุขที่แท้จริง ต่างจากเฟลมเฮซอื่นที่ต้องทรมานจากหน้าที่และความแค้น อีกคนหนึ่งคือชานะ เอ็นปัทสึ ชากุกันคนปัจจุบัน ผู้ซึ่งเป็นเฟลมเฮซด้วยความตั้งใจของตนเองเพื่อปกป้องโลกทั้งสอง ไม่ใช่เกิดจากความเกลียดชังโทโมงาระแบบเฟลมเฮซคนอื่น
“เอ็นปัทสึ ชากุกัน” นั้นสามารถแปลได้ว่า “มีผมเป็นเปลวเพลิงและมีตาเป็นประกายไฟ” ในขณะที่คำว่า “อุชิเตะ” นั้น ไม่มีความหายแบบตรงๆ ตัว ถ้าแปลตามความหมายคือ “ผู้ที่โจมตี” หรืออาจแปลเป็นว่า นักล่า หรือ นักสู้ ฯลฯ
โยกาสะ 夜笠 "ผ้าคลุมแห่งรัตติกาล"
ผ้าคลุมของชานะที่แปลว่าผ้าคลุมแห่งราตรี สามารถใช้เก็บสิ่งของต่างๆ เช่นดาบของเธอ ผ้าคลุมนี้คือส่วนของ(ร่างกาย)อลาสเตอร์ เช่นเดียวกับปีกที่ชานะใช้ในตอนหลังของเรื่อง
นิเอโตโนะ โนะ ชานะ 贄殿遮那
ดาบของชานะ มีความหมายคือ "ห้องบูชาแห่งพุทธองค์"
เจ้าของที่เดิมคือมิสเทสที่ชื่อว่า เทนโมกุ อิคโค (ตาเดียวแห่งสวรรค์) เป็นปิศาจที่แข็งแกร่งมาก รู้จักกันในฉายาว่าเป็น “มิสเทสที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์”
เรยจิ ไมโกะ 零時迷子 (เด็กหลงทางยามเที่ยงคืน)
เป็นโฮกุที่มีค่าสูงสุดในบรรดาโฮกุทั้งหลาย สร้างขึ้นโดยเฟเลส กุเสะโนะโอ เพื่อมอบชีวิตอันเป็นนิรันดร์ให้แก่โจฮัน ชายคนรัก ซึ่งได้กลายเป็นมิสเทสที่มีความแข็งแกร่งขนาดสามารถต่อสู้กับโทโมงาระได้ (เช่นเดียวกับเทนโมกุ อิคโค) โจฮันถูกผนึกในเรยจิ ไมโกะในเวลาต่อมา และได้เข้าไปอยู่ในตัวยูจิด้วยสาเหตุบางอย่าง
ความสามารถทั้งหมดของโฮกุนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่มันก็ทำให้มิสเทสที่ครอบครองมันมีความสามารถเทียบเท่ากับเฟลมเฮซ เช่น สามารถเคลื่อนไหวในฟูเซ็ตสึ และสามารถรู้สึกได้ถึงเวทย์ไร้จำกัดที่อยู่ใกล้ๆ ได้
ฮาริดัน 玻璃壇 "แท่นพิธีแก้ว"
หนึ่งในของสะสมของฟริอาเน่ โฮกุนี้ทำหน้าที่เหมือนแผนที่ครอบคลุมทั้งเมืองและสามารถบอกตำแหน่งของทอจทั้งหมดในเมือง ทั้งรูปร่าง ขนาดและการเคลื่อนไหว มาเจอรี่ยึดไปใช้หลังจากฟริอาเน่ตาย เพื่อหาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติต่างๆ
เทนโดคิว 天道宮 "ปราสาทวิถีสวรรค์"
โฮกุ รูปร่างเหมือนเกาะลอยฟ้า เคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของเฟลมเฮซและราชาซึ่งอยู่ฝ่ายมนุษย์ระหว่างมหาสงคราม ถูกสร้างขึ้นโดยหนึ่งในราชา กาวิดา เทนโดคิวถูกเลือกให้เป็นฐานที่มั่นเนื่องจากมีความสามารถในการซ่อนและไม่ถูกตรวจจับโดยเวทย์ไร้จำกัดได้
มันถูกทำลายในขณะที่ชานะได้กลายเป็นเฟลมเฮซ โดยโฮกุกอเดียน นอต ที่ทำงานเมื่อไวน์ตาย
เซเรเดน 星黎殿 "ปราสาทดารา"
ถือได้ว่าเป็นน้องสาวของเทนโดคิว เซเรเดนถือเป็นโฮกุรูปเกาะลอยฟ้าที่ใช้โดยพวกบอล มาสค์
Azure アズュール Azūru
โฮกุที่ใช้ในการต่อสู้ของฟริอาเน่ซึ่งภายหลังฟริอาเน่ตาย ชานะได้มอบให้แก่ยูจิ อีกชื่อหนึ่งคือแหวนกันไฟ ซึ่งมีความสามารถคือสร้างเกราะป้องกันไฟได้ซึ่งมีประโยชน์มากเพราะเวทย์ไร้จำกัดที่โทโมงาระใช้โจมตีส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบของไฟ
บับเบิล รูท バブルルート Baburu Rūto
โฮกุโซ่ที่ฟริอาเน่ใช้ กระทั่งนิเอโตโนะ โนะ ชานะก็ยังไม่สามารถตัดให้ขาดได้
แดนซ์ ปาตี้ Dance Party
อาวุธในรูปกระดิ่ง มีความสามารถในการควบคุมพลังชีวิตได้
Regular Sharp
ทริคเกอร์ แฮปปี้ Trigger Happy
อาวุธรูปปืน เป็นอาวุธที่ใช้สังหารเฟลมเฮซ มีความสามารถในการทำให้กุเสะโนะโอที่อยู่ภายในเฟลมเฮซตื่นขึ้น ซึ่งจะทำให้เฟลมเฮซที่ทนพลังมหาศาลนั้นไม่ได้ตายในเวลาต่อมา และราชาที่ตื่นขึ้นนั้นก็จะอยู่ได้จนกระทั่งพลังชีวิตหมดลงและต้องกลับไปยังพิภพแดงหรือสลายไป อาวุธนี้อาจจะอันตรายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราชาที่อาศัยอยู่ภายในเฟลมเฮซ ในกรณีของอลาสเตอร์นั้น เขาจะดูดกลืนโทโมงาระเพื่อเติมพลังของตน
รีชัฟเฟิ้ล Reshuffle
หนึ่งในโฮกุที่ไร้ประโยชน์ของฟริอาเน่ในตอนพิเศษ เป็นโฮกุรูปร่างคาไลโดสโคป เมื่อมองลอดผ่านแล้วจะสามารถสลับร่างกับคนที่มองเห็นผ่านโฮกุนี้ได้ โดยที่ทั้งสองคนนั้นต้องประสานใจกัน ยูจิได้สลับร่างกับชานะและก่อให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมาทั้งวัน
มิยาโกะ กุไร 都喰らい "ธานีพินาศ"
เวทย์ไร้จำกัดที่มีพลังมหาศาลแต่ต้องใช้พลังชีวิตจำนวนมาก ต้องใช้ทอจจำนวนมากในการใช้เวทย์นี้ สามารถดูดกลืนเมืองทั้งเมืองให้หายไปได้ ถึงแม้ความเสี่ยงในการเกิดการล่มสลายจะสูงแต่โทโมงาระที่ใช้เวทย์นี้มันจะไม่สนใจ เพราะว่าเวทย์นี้สามารถแม้กระทั่งชุบชีวิตคนตาย
ในเนื้อเรื่องมีความพยายามที่จะใช้ มิยาโกะ กูไรอยู่สองครั้ง ครั้งแรกในศตวรรตที่ 18 เมื่อเอซิส “เมโอ โนะ กัน” พยายามที่จะชุบชีวิตเฟลมเฮซของตนเองที่ถูกฆ่าโดยมนุษย์ ครั้งที่สองเกิดขึ้นที่เมืองมิซาโกะ เพราะ ฟริอาเน่ต้องการจะมอบชีวิตให้มาริอาเน่ซึงเป็นรินเน่ของเขา

เพลงประกอบ

Opening
  • Hishoku no Sora 緋色の空 - Episodes 01 to 16
Performed by: Mami Kawada
Lyrics by: Mami Kawada
Music by: Tomoyuki Nakazawa
Arrangement by: Tomoyuki Nakazawa
  • being - Episodes 17 to 24
Performer by: KOTOKO
Lyrics by: KOTOKO
Music by: KOTOKO
Arrangement by: Kazuya Takase
Ending
  • Yoake Umarekuru Shoujo 夜明け生まれ来る少女 - Episodes 01 to 14
Performed by: Yoko Takahashi
Lyrics by: Yoko Takahashi
Music by: Toshiyuki Omori
Arrangement by: Toshiyuki Omori
  • Aka no Seijaku 紅の静寂 - Episodes 15 to 23
Performed by: Youko Ishida
Lyrics by: Youko Ishida
Music by: Masayoshi Murakami
Arrangement by: Masayoshi Murakami

เพลงปิดของตอนจบคือเพลง Hishoku no Sora.

ชื่อตอน

ตอนที่ ชื่อตอนภาษาญี่ปุ่น คำแปลชื่อตอน
1 全ての終わり、一つの始まり จุดจบของทุกสิ่ง กับหนึ่งสิ่งที่เริ่มต้น
2 灯る炎 The Lit Flame
3 トーチとフレイムヘイズ ทอร์ชและเฟรมเฮช
4 惑いのフレイムヘイズ The Confused Flame Haze
5 それぞれの想い Respective Feelings
6 交錯・発動・対決 Complication - Invocation - Confrontation
7 二人のフレイムヘイズ เฟรมเฮชสองคน
8 麗しのゴブレット The Beautiful Goblet
9 恋と欲望のプールサイド The Poolside of Love and Desire
10 絡まる想い Entwined Feelings
11 悠二とシャナとキス ยูจิ,ชานะ และ จูบ
12 ゆりかごに花は咲いて Flowers Bloom in the Cradle
13 校舎裏の宣戦布告 The Declaration of War Behind the School Building
14 偉大なる者 A Remarkable Person
15 炎の生まれた日 The Day when the Flame was Born
16 炎髪灼眼の討ち手 The Flame-Haired Scorching-Eyed Slayer
17 新たなる序章 A New Beginning
18 砕ける願い A Shattering Wish
19 戦いの中で Inside the Battle
20 非情のヴィルヘルミナ Heartless Wilhelmina
21 遠ざかる想い Diverging Feelings
22 揺らぐ炎 The Flickering Flame
23 星黎殿の戦い Battle at the Dawn Star Temple
24 紅蓮の想い Crimson Thoughts
(DVD Bonus) 灼眼のシャナたん Shakugan no Shana-tan
(DVD Bonus) 灼眼のシャナたん りたーんず Shakugan no Shana-tan Returns

สื่อชนิดต่างๆ

นิยาย
ขณะนี้มีนิยายทั้งหมด 14 เล่ม โดยเรียงตั้งแต่เล่ม I ถึงเล่ม XII และมีเล่ม 0 ซึ่งเป็นเรื่องราวเสริม และเล่ม S ซึ่งต่อจากเล่ม XII นิยายนี้เรียกกันว่า light novel ซึ่งจะออกเป็นบทสนทนามากกว่าเป็นการบรรยายเรื่องราว และบางครั้งจะมีภาพประกอบเป็นภาพขาว-ดำ ทากาฮาชิ ยาชิจิโร่เป็นผู้แต่งเนื้อเรื่อง และ อิโต โนอิชิ (จากบริษัทเกม UNiSONSHIFT) เป็นคนวาดภาพประกอบ ซึ่งวางจำหน่ายเล่มแรกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2545
หนังสือการ์ตูน
หนังสือการ์ตูนวาดโดย อายาโตะ ซาซากุระ และตีพิมพ์ในหนังสือการ์ตูนรายเดือน Dengeki Daioh ซึ่งตอนแรกวางแผงเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2548
เกมส์
มีเกมส์ชื่อ Shakugan no Shana 灼眼のシャナ สำหรับเครื่อง PlayStation 2 พัฒนาโดย MediaWorks วางจำหน่ายวันที่ 23 มีนาคม 2549
ภาพยนตร์
จากตอนสุดท้ายในอนิเมและจากเว็บไซต์หลัก official website นั้นได้ประกาศแผนในการทำอนิเมเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ ซึ่งกำหนดการฉายนั้นได้ประมาณการในปี พ.ศ. 2550

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  • ในตอนที่ 1 ของอนิเม มีโปสเตอร์ของ Kirito อัลบัมแรกชื่อ Hameln และซิงเกิ้ลแรก Door สามารถเห็นได้ที่เวลาประมาณ 10:13
  • ประโยคที่ชานะท่องในวิชาภาษาอังกฤษ That which we call a rose / By any other name would smell as sweet นั้นเป็นบทจากเรื่อง Romeo and Juliet ซึ่งเป็นละครดัง แต่งโดย William Shakespeare

ลิงค์ที่น่าสนใจ

Personal tools